ปีนี้มีคนที่ผมรู้จักมักคุ้นเกษียณจากราชการไปพอสมควร มีทั้งที่ขอเออร์ลี่ออกไปก่อนโดยที่ยังไม่ครบ 60 ปี และมีที่ขอเออร์ลี่แต่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาต เลยขอลาออกจากราชการ ซึ่งกรณีนี้ใครก็มาห้ามไม่ได้ ...กรณีหลังนี่เป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่สมัยที่เริ่มทำงานที่นี่เมื่อปี 2523 ขออนุญาตเอ่ยนามด้วยความนับถือไว้ตรงนี้ว่า คนนั้นก็คือคุณสวัสดิ์ เชาวกุล...สิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผมก็คือคุณสวัสดิ์เริ่มทำงานที่ มสธ. ครั้งแรกก็ที่กองพัสดุ ในตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ 3 เข้ามาพร้อมๆ กับเพื่อนผมอีกคนหนึ่งคือ คุณปรัชญา สิงห์ชูวงศ์ (ปัจจุบันลาออกจากราชการไปหลายปีแล้ว โดยไปประกอบอาชีพอย่างเจริญก้าวหน้าที่บริษัท AIA) ครั้งนั้นที่ทำงานของกองพัสดุ สำนักงานอธิการบดี อยู่ที่ชั้น 6 อาคารบริษัทเดินอากาศไทย ตรงสะพานผ่านฟ้า ราชดำเนิน หัวหน้ากองพัสดุสมัยนั้นก็คือคุณฮง สมสงวน จำได้ว่าเรานั่งออสุมทำงานกันอยู่ตรงนั้นหลายหน่วยงานรวมกัน หลายชีวิต รวมทั้งรองอธิการบดีทั้ง 3 คนในเวลานั้นก็นั่งสุมกันอยู่ตรงนั้นด้วย รองฯ ทั้งสามก็คือ ศ. ดร. เทียนฉาย กีนะนันท์ (รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร) ศ. ดร. เอี่ยม ฉายางาม (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) และ รศ. ดร. ทองอินทร์ วงศ์โสธร (รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน) ...คุณสวัสดิ์ที่ผมรู้จักเป็นคนที่สุภาพเรียบร้อย บุคลิกของเขาเมื่อครั้งนั้นจนมาถึงวันที่เขาลาออกจากราชการไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย คุณสวัสดิ์เป็นคนที่เคร่งครัดกับความถูกต้อง ทั้งนี้ในความเห็นของผมอาจเป็นเพราะการที่เขาต้องทำงานกับระเบียบราชการมาโดยตลอด ที่เป็นผลหล่อหลอมให้คุณสวัสดิ์เป็นคนที่มีบุคลิกของความตรงไปตรงมา คำนึงถึงระเบียบกฎเกณฑ์การปฏิบัติเป็นสำคัญ และที่สำคัญเป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเป็นหลัก...ความจริงแล้วหากเรามองกันในทางการบริหารจัดการทรัพยากรในองค์การ คุณสวัสดิ์ถือเป็นทรัพยากรบุคคลขององค์การที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ตลอดจนจิตสำนึกในการทำงานที่เขามีอยู่นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากในองค์การอย่าง มสธ. ทุกวันนี้ ...สิ่งที่ชี้ได้ง่ายๆ อย่างดีประการหนึ่งคือ ตลอดเวลา 29 ปีที่คุณสวัสดิ์ทำงานที่ มสธ. เราไม่เคยได้ยินว่าคุณสวัสดิ์มีปัญหาหรือสร้างปัญหาอย่างใดแก่องค์การ ยิ่งปัญหาที่ถือกันว่าเป็นปัญหาที่มักเกิดกับคนทำงานราชการก็คือ การคอรับชั่น ปัญหาชู้สาว คุณสวัสดิ์เป็นผู้ที่ปราศจากเรื่องเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง ...ผมมานั่งคิดว่า แล้วอะไรคือปัญหาที่ทำให้คุณสวัสดิ์จำต้องลาออกจากราชการก่อน ทั้งที่ความรู้ประสบการณ์ของเขาน่าจะยังประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยได้อีกนาน ...ก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้มีโอกาสสนทนากับคุณสวัสดิ์สักเท่าไรนัก เนื่องจากตำแหน่งงานที่แตกต่างกัน เป็นผลให้ไม่ค่อยได้พบปะคุณสวัสดิ์มากนัก จะพบกันก็บางทีที่ร้านกาแฟหน้าอาคารสัมมนา 1 ที่คุณสวัสดิ์ไปนั่งดื่มกาแฟในบางครั้ง ซึ่งได้คุยกันบ้างเล็กน้อยตามโอกาสและเวลาที่จำกัด ...แต่เมื่อมีโอกาสได้ไปร่วมงานเลี้ยงแบบส่วนตัวเล็กๆ ของคนที่คุ้นเคยกันที่ TK Palace ก็ทำให้พอได้ทราบเหตุผลบางส่วนที่ทำให้คุณสวัสดิ์ต้องขอลาออกจากราชการ ...เท่าที่ผมพอรับรู้ได้ก็คือ หนึ่งปัญหาเรื่องสุขภาพของคุณสวัสดิ์เอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากการทำงาน สองปัญหาเรื่องของความเครียดในการทำงาน ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เป็นปัญหาจากการทำงาน จากการตัดสินใจของบุคคล จากการขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบด้วยเหตุผลของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากอคติของคนในมหาวิทยาลัยที่มีต่อกัน (ผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชา) จากการที่ต้องทำงานในที่ที่ไม่เหมาะสม จากการตัดสินใจที่ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมขององค์การ จากความไร้วุฒิภาวะทางเหตุผลและอารมณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง...ประกอบกับสิ่งที่คุณสวัสดิ์ต้องการจะไปทำหลังจากออกจากราชการ เป็นผลให้คุณสวัสดิ์ตัดสินใจขอลาออกจากราชการไปในที่สุด
ผมคิดว่ากรณีของคุณสวัสดิ์ เป็นกรณีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นอะไรต่ออะไรหลายอย่างในองค์การอย่าง มสธ. หนึ่งผมว่ามันชี้ถึงปัญหาความบกพร่องบางอย่างในกระบวนการ KM ของมหาวิทยาลัย สองมันชี้ถึงการให้คุณค่าต่อการตัดสินใจภายใต้ authority ที่มีอย่างเดียวโดยไม่นำพาถึงคุณค่าของบุคคล สามมันชี้ให้เห็นว่าองค์การมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่จะมีในอนาคต ...ผมเขียนถึงคุณสวัสดิ์ในโอกาสนี้ ก็ด้วยความนับถือที่มีต่อคุณสวัสดิ์ และด้วยความปรารถนาดีต่อบุคลากรทุกคนใน มสธ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น